เสียงเชียร์จากอังกฤษกำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ พรีเมียร์ลีกกลับมาเตะ ใน Matchweek 4 พร้อมโปรแกรมที่มีทั้งเกมของทีมลุ้นแชมป์ ทีมที่กำลังหาฟอร์ม และทีมที่ต้องการแต้มเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศช่วงต้นฤดูกาล สำหรับคนที่ตามบอลอังกฤษเป็นประจำ สัปดาห์นี้มีเหตุผลมากพอที่จะเคลียร์คิวช่วงค่ำแล้วนั่งดูยาว เพราะตั้งแต่ ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล, เชลซี ไปจนถึงสองทีมเมืองแมนเชสเตอร์ต่างมีภารกิจสำคัญของตัวเอง แถมหลายคู่ยังเป็นเกมที่ผลการแข่งขันอาจส่งแรงกระเพื่อมไปถึงความมั่นใจในสัปดาห์ต่อ ๆ ไป
โปรแกรมพรีเมียร์ลีก Matchweek 4 เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 12 กันยายน และลากยาวถึงคืนวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2026 ตามเวลาอังกฤษ โดยมีการแข่งขันครบ 10 คู่ตามโปรแกรมอย่างเป็นทางการ จุดเด่นไม่ได้อยู่แค่ทีมใหญ่ เพราะทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นและทีมระดับกลางตารางต่างมีโอกาสสร้างเรื่องให้แฟนบอลพูดถึงได้เหมือนกัน ใครกำลังหา ข่าวพรีเมียร์ลีกวันนี้ เพื่อเตรียมตัวก่อนเกม สัปดาห์นี้มีรายละเอียดให้ตามมากกว่าการดูเพียงว่าทีมไหนเป็นต่อหรือเป็นรอง
พรีเมียร์ลีก Matchweek 4 มีอะไรให้แฟนบอลรอติดตามมากกว่าผลการแข่งขัน 90 นาที
เสน่ห์ของ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก คือเกมที่ดูเหมือนอ่านทางง่ายสามารถเปลี่ยนหน้าตาได้ภายในไม่กี่นาที และ Matchweek 4 มีหลายคู่ที่เข้าข่ายนั้น ลิเวอร์พูลต้องรับมือฟูแล่มที่กำลังต้องการจุดเปลี่ยน ขณะที่สเปอร์สเจอแรงกดดันจากการออกสตาร์ตที่ไม่เป็นใจ ส่วนอาร์เซนอลต้องบุกไปเล่นในสนามที่พร้อมสร้างบรรยากาศกดดันตั้งแต่นาทีแรก ความต่างของเป้าหมายแต่ละทีมทำให้สุดสัปดาห์นี้ไม่ได้มีเพียงเกมใหญ่เกมเดียวที่ควรจับตา
อีกด้านหนึ่ง Matchweek 4 ยังมาในจังหวะที่แต่ละทีมเริ่มเห็นภาพจริงของตัวเองหลังผ่านเกมเปิดฤดูกาลไปสามนัด ช่วงนี้โค้ชเริ่มรู้แล้วว่าระบบที่เตรียมมาตลอดปรีซีซันทำงานได้แค่ไหน ขุมกำลังตรงจุดใดตอบโจทย์ และตำแหน่งใดกำลังเป็นปัญหา เพราะ พรีเมียร์ลีกล่าสุด ในสัปดาห์นี้น่าดูตรงการแก้เกมและการปรับทีม มากกว่าการตัดสินจากชื่อชั้นเพียงอย่างเดียว
ลิเวอร์พูลเปิดแอนฟิลด์รับฟูแล่ม เกมที่เจ้าบ้านไม่อยากปล่อยสามคะแนนหลุดมือ
หนึ่งในคู่ที่แฟนหงส์แดงจับตามองคือ ลิเวอร์พูล พบ ฟูแล่ม ซึ่งเล่นกันที่แอนฟิลด์ ลิเวอร์พูลเริ่มเรียกจังหวะของตัวเองกลับมาได้หลังชัยชนะในลีกเหนืออิปสวิช ตามด้วยการเก็บชัยในเกมยุโรปกับแอตเลติโก มาดริด ทำให้บรรยากาศก่อนกลับมาเล่นต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองดูดีขึ้น ขณะที่ฟูแล่มอยู่ในสถานการณ์ต่างออกไปอย่างชัดเจน เพราะแพ้สามเกมแรกในพรีเมียร์ลีกและเสียไปแล้วเจ็ดประตู
เกมนี้มีความหมายคนละแบบ ลิเวอร์พูลต้องการใช้ความได้เปรียบในบ้านเดินหน้าสะสมแต้ม ขณะที่ฟูแล่มต้องการหยุดช่วงเวลาที่ย่ำแย่ให้เร็วที่สุด ยิ่งทีมเยือนอยู่ภายใต้การคุมทีมของ Alvaro Arbeloa อดีตนักเตะลิเวอร์พูล การกลับมาเยือนแอนฟิลด์เพิ่มเรื่องราวให้เกมมีสีสันขึ้นอีกระดับ หากฟูแล่มรับแรงกดดันช่วงต้นเกมไม่อยู่ คืนนี้อาจเป็นงานหนักเร็วกว่าที่วางแผนไว้
สเปอร์สพบเอฟเวอร์ตัน เกมที่แรงกดดันอาจสำคัญพอ ๆ กับแท็กติกในสนาม
ถ้าพูดถึงทีมที่ต้องการชัยชนะเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ สเปอร์สอยู่ในกลุ่มแรก ๆ ที่ต้องจับตา เพราะพวกเขายังไม่ชนะจากสามเกมลีกแรกและยังยิงประตูไม่ได้ ช่วงปิดฤดูกาลจะมีการลงทุนเสริมทีมครั้งใหญ่ การเปิดบ้านเจอเอฟเวอร์ตันไม่ใช่แค่เกมเหย้าธรรมดา แต่เป็นโอกาสสำคัญในการเรียกความมั่นใจกลับมาก่อนแรงกดดันจะเพิ่มขึ้นอีก
สำหรับคนที่เปิดดู พรีเมียร์ลีกคืนนี้ เกมลักษณะนี้สนุกตรงความรู้สึกที่ว่าเจ้าบ้านจำเป็นต้องเดินเข้าหาคู่แข่ง เมื่อความต้องการสามแต้มสูงขึ้น พื้นที่ด้านหลังก็อาจเปิดมากขึ้นตามไปด้วย เอฟเวอร์ตันมีโอกาสสร้างปัญหาหากสามารถผ่านแรงบุกช่วงแรกและบังคับให้สเปอร์สเริ่มเล่นด้วยความกังวล เกมอาจไม่ได้หวือหวาที่ชื่อคู่แข่งขัน แต่สถานการณ์ของทั้งสองฝั่งทำให้น่าดูไม่น้อยกว่าคู่ใหญ่
Roberto De Zerbi ต้องเริ่มเปลี่ยนเงินลงทุนของสเปอร์สให้เป็นผลงานในสนาม
ประเด็นของสเปอร์สไม่ได้หยุดอยู่แค่สามคะแนน เพราะ Reuters รายงานว่าสโมสรใช้เงินเสริมทีมช่วงปิดฤดูกาลประมาณ 300 ล้านปอนด์ แต่ทีมของ Roberto De Zerbi ยังไม่ชนะในสามเกมแรกและไม่มีประตูในพรีเมียร์ลีก นั่นทำให้ทุกเกมหลังจากนี้ถูกจับตามองมากขึ้นโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะเกมในบ้านที่แฟนบอลคาดหวังให้ทีมเป็นฝ่ายกำหนดรูปเกม
การเจอเอฟเวอร์ตันเหมือนบททดสอบว่าทีมชุดใหม่เริ่มต่อชิ้นส่วนเข้าด้วยกันได้หรือยัง หากสเปอร์สปลดล็อกชัยชนะได้ เรื่องราวของช่วงต้นซีซันอาจเปลี่ยนทันที แต่หากยังสะดุด ความกดดันที่มีต่อโค้ชและนักเตะย่อมเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า นี่เป็นอีกคู่ใน โปรแกรมพรีเมียร์ลีก ที่แฟนบอลสายวิเคราะห์ไม่ควรมองข้าม
อาร์เซนอลบุกเยือนซันเดอร์แลนด์กับภารกิจรักษาจังหวะของแชมป์เก่า
อาร์เซนอลเดินเข้าสู่ Matchweek 4 ด้วยสถานการณ์ที่แตกต่างจากหลายทีม เพราะแชมป์เก่าออกสตาร์ตพรีเมียร์ลีกด้วยชัยชนะสามนัดรวด และยังเพิ่งผ่านเกมยุโรปด้วยการบุกชนะนาโปลี 1-0 ความต่อเนื่องดังกล่าวทำให้ ซันเดอร์แลนด์ พบ อาร์เซนอล เป็นอีกเกมที่น่าสนใจ เพราะคำถามไม่ได้อยู่แค่ว่าอาร์เซนอลเหนือกว่าหรือไม่ แต่อยู่ที่พวกเขาจะรักษามาตรฐานได้ต่อเนื่องแค่ไหนเมื่อโปรแกรมหลายรายการเริ่มเข้ามาพร้อมกัน
การเยือน Stadium of Light ก็ไม่ใช่เกมที่ควรประมาท เพราะฤดูกาลก่อนอาร์เซนอลเคยทำได้เพียงเสมอที่สนามแห่งนี้ 2-2 การกลับมาอีกครั้งมีบทเรียนเดิมให้ Mikel Arteta ใช้เตือนลูกทีม ยิ่งเกมนี้ลงสนามหลังจากหลายคู่ของวันเสาร์จบไปแล้ว นักเตะจะรับรู้ผลของคู่แข่งก่อนเริ่มเกม และนั่นอาจเพิ่มทั้งแรงกระตุ้นและความกดดันในเวลาเดียวกัน
แมนเชสเตอร์ดาร์บีที่ Old Trafford คือเกมใหญ่ซึ่งแฟนพรีเมียร์ลีกกำลังรอคอย
หากต้องเลือกหนึ่งเกมที่ดึงสายตาแฟนบอลมากที่สุดของ Matchweek 4 คงหนีไม่พ้น แมนเชสเตอร์ดาร์บี เมื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิด Old Trafford รับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในคืนวันอาทิตย์ เกมนี้มาเร็วตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล ทำให้สามคะแนนไม่ได้มีความหมายเฉพาะเรื่องอันดับ แต่ยังเป็นโอกาสส่งสัญญาณถึงคู่แข่งร่วมเมืองว่าใครพร้อมกว่าในการเดินทางระยะยาวของซีซัน
ความสนุกของดาร์บีอยู่ตรงที่ฟอร์มก่อนเกมไม่ได้รับประกันสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังเสียงนกหวีด แมนฯ ยูไนเต็ดต้องการผลงานที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นหลังออกสตาร์ตแบบมีทั้งช่วงดีและช่วงสะดุด ส่วนแมนฯ ซิตี้เข้าสู่เกมด้วยความคาดหวังสูงจากผลงานช่วงต้นซีซัน เมื่อบวกกับศักดิ์ศรีของสองฝั่ง แมนยู พบ แมนซิตี้ เป็นคู่ที่มีโอกาสเป็นหัวข้อใหญ่ของพรีเมียร์ลีกทันทีหลังจบ 90 นาที
Michael Carrick และ Enzo Maresca กับศึกวัดแนวทางของสองทีมเมืองแมนเชสเตอร์
เกมนี้ยังเป็นการดวลแนวคิดของ Michael Carrick และ Enzo Maresca ซึ่งต่างมีโจทย์ที่ต้องพิสูจน์ Carrick ต้องการทำให้ United มีเสถียรภาพมากขึ้นหลังทีมมีทั้งเกมแพ้ Hull City, เสมอ Everton 2-2 และเกมที่กลับมาชนะ Ipswich 5-2 ขณะที่ฝั่ง City มีเป้าหมายรักษาจังหวะการออกสตาร์ตและแสดงให้เห็นว่าพวกเขาพร้อมอยู่ในกลุ่มแย่งแชมป์อย่างเต็มตัว
เมื่อเป็นเกมที่ Old Trafford เรื่องของบรรยากาศในสนามย่อมมีส่วนอย่างมาก หากเจ้าบ้านเริ่มเกมได้ดี เสียงเชียร์สามารถยกระดับความเข้มข้นได้ทันที แต่หาก City เป็นฝ่ายควบคุมบอลและบังคับให้ United ถอยลึก เกมอาจเปลี่ยนไปเป็นอีกภาพหนึ่ง นี่คือเสน่ห์ของดาร์บีที่ทำให้การคาดเดาก่อนเกมเป็นเพียงส่วนประกอบ เพราะคำตอบจริงเกิดจากรายละเอียดเล็ก ๆ ในสนาม
โปรแกรมพรีเมียร์ลีก Matchweek 4 ครบทุกคู่ พร้อมวันและเวลาแข่งขันตามเวลาไทย
สำหรับแฟนบอลที่กำลังจัดตารางดู พรีเมียร์ลีกคืนนี้ โปรแกรม Matchweek 4 มีครบ 10 คู่ โดยข้อมูลการแข่งขันอ้างอิงจากตารางอย่างเป็นทางการของ Premier League และเวลาในตารางด้านล่างแปลงจากเวลาอังกฤษเป็น เวลาไทย (UTC+7) แล้ว โปรแกรมเริ่มในคืนวันเสาร์และต่อเนื่องถึงเช้ามืดวันอังคารตามเวลาไทย คู่ดึกอย่างซันเดอร์แลนด์–อาร์เซนอล และลีดส์–นิวคาสเซิล ต้องระวังเรื่องวันที่ซึ่งข้ามมาเป็นวันถัดไปในประเทศไทย
| วันแข่งขันตามเวลาไทย | เวลาไทย | คู่แข่งขัน |
| เสาร์ 12 ก.ย. 2026 | 21:00 น. | แอสตัน วิลลา พบ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ |
| เสาร์ 12 ก.ย. 2026 | 21:00 น. | บอร์นมัธ พบ เบรนท์ฟอร์ด |
| เสาร์ 12 ก.ย. 2026 | 21:00 น. | เชลซี พบ ฮัลล์ ซิตี้ |
| เสาร์ 12 ก.ย. 2026 | 21:00 น. | คริสตัล พาเลซ พบ อิปสวิช ทาวน์ |
| เสาร์ 12 ก.ย. 2026 | 21:00 น. | ลิเวอร์พูล พบ ฟูแล่ม |
| เสาร์ 12 ก.ย. 2026 | 23:30 น. | ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ พบ เอฟเวอร์ตัน |
| อาทิตย์ 13 ก.ย. 2026 | 02:00 น. | ซันเดอร์แลนด์ พบ อาร์เซนอล |
| อาทิตย์ 13 ก.ย. 2026 | 20:00 น. | โคเวนทรี ซิตี้ พบ ไบรท์ตัน |
| อาทิตย์ 13 ก.ย. 2026 | 22:30 น. | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ |
| อังคาร 15 ก.ย. 2026 | 02:00 น. | ลีดส์ ยูไนเต็ด พบ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด |
ลิเวอร์พูลต้องใช้เกมในบ้านสร้างโมเมนตัมก่อนโปรแกรมข้างหน้าเริ่มหนักขึ้น
การเล่นในแอนฟิลด์ทำให้ความคาดหวังต่อ ลิเวอร์พูล สูงเป็นพิเศษ และการเจอฟูแล่มครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน หลังทีมเริ่มมีผลการแข่งขันที่ดีต่อเนื่อง ความสำคัญของเกมอยู่ที่การต่อยอดโมเมนตัมมากกว่าการเริ่มต้นใหม่ หากเก็บสามคะแนนได้ ลิเวอร์พูลจะมีพื้นที่ให้บริหารความมั่นใจและแผนการเล่นก่อนเดินเข้าสู่โปรแกรมช่วงต่อไป ซึ่งยังมีเกมที่ต้องเจอคู่แข่งระดับสูงรออยู่
ในมุมแฟนบอล นี่เป็นเกมที่เหมาะกับการสังเกตว่าลิเวอร์พูลสามารถควบคุมคู่แข่งที่เน้นรับแล้วรอสวนได้ดีแค่ไหน เพราะการลุ้นแชมป์ตลอดฤดูกาลไม่ได้วัดกันเฉพาะเกมใหญ่ การเก็บแต้มจากคู่แข่งที่อยู่ในสถานการณ์เป็นรองต่างหากที่สร้างความแตกต่างบนตารางคะแนน ลิเวอร์พูล พบ ฟูแล่ม มีรายละเอียดให้ติดตามมากกว่าภาพบนกระดาษก่อนลงสนาม
เชลซีรับฮัลล์ ซิตี้ อีกหนึ่งเกมที่ทีมใหญ่ไม่สามารถมองข้ามได้
ท่ามกลางเกมของลิเวอร์พูล อาร์เซนอล และสองทีมแมนเชสเตอร์ คู่ เชลซี พบ ฮัลล์ ซิตี้ อาจได้รับความสนใจน้อยกว่า แต่ในพรีเมียร์ลีก เกมแบบนี้คือจุดที่ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวสามารถเปลี่ยนคืนธรรมดาให้เป็นข่าวใหญ่ได้ทันที เชลซีมีความได้เปรียบจากการเล่นในบ้าน แต่หน้าที่ของพวกเขาคือเปลี่ยนการครองบอลและคุณภาพรายบุคคลให้เป็นประตูให้เร็วพอที่จะไม่เปิดโอกาสให้ทีมเยือนมีความเชื่อ
สำหรับฮัลล์ การบุกมาเล่นโดยมีแรงกดดันน้อยกว่าอาจเป็นข้อได้เปรียบในอีกมุมหนึ่ง เพราะทีมสามารถตั้งเกมโดยไม่จำเป็นต้องเปิดพื้นที่แลกตั้งแต่ต้น หากยื้อเกมให้อยู่ในสถานการณ์สูสีได้นาน ความกดดันจะค่อย ๆ เคลื่อนไปหาเจ้าบ้าน นี่คืออีกเหตุผลที่ พรีเมียร์ลีก Matchweek 4 มีความน่าดูแทบทุกสนาม ไม่ใช่เฉพาะคู่ที่มีชื่อทีมระดับท็อปอยู่สองฝั่ง
ทีมที่ออกสตาร์ตไม่ดีเริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาที่ทุกคะแนนมีผลต่อความมั่นใจ
สามนัดแรกอาจยังเร็วเกินไปสำหรับการตัดสินว่าทีมใดจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวตลอดฤดูกาล แต่ในแง่สภาพจิตใจ ผลงานช่วงเปิดซีซันมีผลไม่น้อย ทีมที่ยังไม่ชนะต้องการปลดล็อกให้เร็วที่สุด เพราะยิ่งปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อ ทุกเกมต่อจากนั้นจะเริ่มมีคำว่า “ต้องชนะ” ติดมาด้วย และเมื่อแรงกดดันเพิ่ม การตัดสินใจง่าย ๆ ในสนามก็สามารถเป็นเรื่องยากได้
สเปอร์สและฟูแล่มอยู่ในกลุ่มที่น่าติดตามเป็นพิเศษใน พรีเมียร์ลีกล่าสุด สัปดาห์นี้ ฝั่งหนึ่งลงทุนกับทีมอย่างหนักแต่ยังตามหาชัยชนะ ส่วนอีกฝั่งแพ้สามเกมรวดและเสียเจ็ดประตูในลีก การได้สามคะแนนใน Matchweek 4 อาจไม่ได้แก้ทุกปัญหาในทันที แต่สามารถเปลี่ยนบรรยากาศในห้องแต่งตัวและลดแรงกดดันก่อนเข้าสู่โปรแกรมถัดไปได้อย่างมาก
แฟนบอลไทยเตรียมคืนวันเสาร์ให้พร้อม เพราะมีเกมต่อเนื่องตั้งแต่สามทุ่มถึงหลังเที่ยงคืน
ข้อดีของ โปรแกรมพรีเมียร์ลีก สัปดาห์นี้สำหรับแฟนบอลไทยคือชุดแรกลงสนามพร้อมกันตั้งแต่ 21:00 น. คืนวันเสาร์ ทำให้สามารถเลือกดูทีมโปรดได้โดยไม่ต้องอดนอนตั้งแต่เริ่ม จากนั้นต่อด้วยสเปอร์ส–เอฟเวอร์ตัน เวลา 23:30 น. และหากยังไหวสามารถต่อถึงซันเดอร์แลนด์–อาร์เซนอล เวลา 02:00 น. ของเช้าวันอาทิตย์ เป็นคืนที่ดูฟุตบอลได้ต่อเนื่องหลายชั่วโมง
คืนวันอาทิตย์ก็ยังมีเกมใหญ่รออยู่ โดย แมนเชสเตอร์ดาร์บี เริ่ม 22:30 น. ตามเวลาไทย ซึ่งถือเป็นเวลาที่เป็นมิตรกับแฟนบอลบ้านเราพอสมควร เมื่อเทียบกับเกมยุโรปช่วงกลางสัปดาห์ ใครตามทั้ง แมนยู พบ แมนซิตี้ และการแข่งขันของทีมลุ้นแชมป์ นี่เป็นสุดสัปดาห์ที่แทบไม่มีช่วงว่าง เพราะผลจากแต่ละสนามสามารถเปลี่ยนบรรยากาศของหัวตารางได้ตลอดทั้งคืน
พรีเมียร์ลีกกลับมาเตะครั้งนี้อาจเป็นสัปดาห์ที่เริ่มบอกทิศทางของหลายทีมได้ชัดกว่าเดิม
เพิ่งเดินทางมาถึง Matchweek 4 แต่เมื่อ พรีเมียร์ลีกกลับมาเตะ รอบนี้ หลายทีมกำลังเข้าสู่จุดที่ต้องเริ่มแสดงตัวตนให้ชัดขึ้น อาร์เซนอลต้องพิสูจน์ว่าสามารถรักษาความสม่ำเสมอในฐานะแชมป์เก่า ลิเวอร์พูลต้องต่อยอดจังหวะที่กำลังดี ขณะที่สเปอร์สและฟูแล่มจำเป็นต้องหาทางหยุดช่วงออกสตาร์ตที่น่าผิดหวัง ก่อนความกดดันจะตามมาเร็วกว่าที่คิด
ส่วนเกมที่ Old Trafford คือบทสรุปชั้นดีของสุดสัปดาห์ เมื่อสองทีมร่วมเมืองต้องลงสนามพร้อมเดิมพันทั้งสามคะแนนและศักดิ์ศรี ไม่ว่าคุณจะเชียร์สีแดง สีฟ้า หรือเป็นแฟนบอลที่อยากดูเกมสนุก ๆ เฉย ๆ Matchweek 4 มีครบทั้งเกมใหญ่ ทีมลุ้นแชมป์ ทีมที่กำลังดิ้นรน และโอกาสเกิดผลการแข่งขันเหนือความคาดหมาย นี่เป็นหนึ่งในสุดสัปดาห์ที่คนรัก ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก มีเหตุผลเต็มที่ที่จะอยู่หน้าจอจนจบเกมสุดท้าย




